Bangkokbiznews.com

Top ad
Interactive Newsroom Bangkokbiznews
วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
15:50:30 น.
พอใจ พุกกะคุปต์

วันที่ปรับปรุง:01-06-2008 09:36:52
จำนวนเรื่อง :24
จำนวนผู้เข้าชม : 25

หมวดหมู่
ถอดรหัสธุรกิจ
ค้นหาเรื่องใน News Room





  CEO BLOG
  เศรษฐกิจ - ธุรกิจ
  เกาะติดการเมือง
  คุยเฟื่องเรื่องหุ้น
  อสังหาริมทรัพย์
  ท่องเที่ยว
  ยานยนต์
  ไลฟ์ไสต์
  สุขภาพ
  เอสเอ็มอี
  ไอที-นวัตกรรม
  ิอื่น ๆ
ห้องข่าว :

วันที่ 09 ธ้นวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:39:18 น.
แสดงความคิดเห็น [0] , จำนวนผู้อ่าน [4]
"ผู้นำสายพันธุ์ใหม่"
By pojai

เดือนกันยายนนี้เป็นช่วงเวลาครบขวบปีที่โลกธุรกิจเห็นความล่มสลายเจียนตายของธุรกิจยักษ์ใหญ่สายพันธุ์สหรัฐ

 

แรงกระเพื่อมของปัญหาขยายวงอำมหิตติดต่อไปทั้งโลกก็ว่าได้ ธุรกิจเมืองไทยของเราก็ติดเชื้อ ต้องล้มลุกคลุกคลานตามไปด้วย ดังที่ผู้อ่านทุกท่านตระหนักดี

 

ยามนี้จึงเป็นวาระดี ๆ ที่เราน่าจะ “ดูละคร แล้วย้อนดูตัว” เพราะวิกฤตคราวนี้แสนสาหัส จนโลกธุรกิจทั้งใบต้องจัดระเบียบใหม่ ไทยเราแม้ไม่กระเทือนแบบจะจะ เช่นหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่เราน่าจะได้เรียนรู้จากการดูละครอลังการฉากนี้ เผื่อมีที่ให้เราขยับปรับปรุง

 

หนึ่งในสิ่งที่มีการพูดถึงกันมากมายคือ ศาสตร์และศิลป์ของการบริหารจัดการของโลกตะวันตก ที่เหมือนหกคะเมนตีลังกาไม่เป็นท่า จึงต้องทบทวนใหม่ว่าส่วนไหนหนอมีส่วนก่อให้เกิดปัญหา จะได้จับไล่เรียง ขึ้นเขียงผ่าตัด จัดใหม่

 

อาจารย์ Henry Mintzberg แห่งมหาวิทยาลัย McGill ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้นำ เป็นบุคคลหนึ่งในวงการการศึกษาที่ตอกย้ำว่า เราต้องมีผู้นำสายพันธุ์ใหม่จากบทเรียนที่ได้จากวิกฤตที่เกิด

 

โลกธุรกิจที่ผ่านมายกย่องให้ใจผู้นำที่เข้มแข็งแกร่งกร้าว เช่น Jack Welch ผู้นำ “ต้นแบบ” ของ GE ที่โดดเด่นเป็นสง่า กล้าท้าทาย กล้านำ กล้าทำ กล้าทุบ ขณะเดียวกันก็กล้าให้ และกล้าโหด

 

สรุปว่าเด่น เป็นต้นแบบให้ผู้นำอื่น ๆ มากมายในทศวรรษที่ผ่านมา

 

ในมุมของอาจารย์ Mintzberg เขาเสนอว่าผู้นำยุคหลังวิกฤตต้องคิดใหม่ว่าน่าจะลดบทเด่นลง โดยยังคงความเป็นผู้นำ แต่ทำแบบเนียน ๆ ไม่ฉูดฉาด ปรูดปราดแบบอดีต

 

หมดยุคของบทบาทของผู้นำแบบพระเอ้ก - พระเอก เป็นอัศวินเก่งกล้าขี่ม้าขาวมาช่วยชาวประชาในองค์กร

 

มุขของพระเอกที่เขาเห็นว่าตกสมัยในวันนี้คือ การเล่นบทเด่นแบบเดี่ยว ข้ามาคนเดียว ลุยได้ทุกรูปแบบ

 

พระเอกตัวจริงไม่อิงนิยาย ต้องขยายมุมมองและลองเน้นอย่างน้อย 3 ประเด็น ดังนี้

 

Communityship

พระเอกยุคใหม่ คือ คนที่กล้ายกตำแหน่งพระเอกให้คนอื่น โดยยอมเล่นบทพระรอง หรือ บทผู้ช่วยพระเอก คอยลุ้น คอยผลัก คอยเสริมอยู่ข้าง ๆ หรือพร้อมจะถอยไปข้างหลัง เล่นบทผู้ฟัง ผู้คอยเติมพลังให้ทีม

 

อาจารย์ Mintzberg เสนอว่าผู้นำยุคใหม่ควรลดบทบาทของ Leadership โดยเสริมบท Communityship หรือผู้นำที่เน้นการสร้างสังคมของการทำงาน ที่มีการอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ให้อยู่แบบทั้งมีใจและได้งาน

 

อาจารย์แนะให้หัวหน้าลดบทนำจากเบื้องบน หรือ Top - down เป็น Middle - out หรือ ให้ผู้บริหารระดับกลางเป็นผู้เล่นบทพระเอกในการนำ ในการสร้างทีม สร้างงาน สร้างการเปลี่ยนแปลง

 

เมื่อสร้างทีมพระเอกกระจายไปทั่วทั้งองค์กร จึงจะมั่นใจได้ว่า องค์กรจะขยับไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยืนยง เพราะผู้นำมิได้นำอย่างโดดเดี่ยว หนทางไม่เปลี่ยวอีกต่อไป เนื่องจากมีหัวทีมระดับกลาง ที่พร้อมแหวกพงหนามไปกับผู้นำ

 

การที่ผู้นำองค์กรพร้อมที่จะลดอัตตาลง ทำตัวเป็นชาวบ้านเท้าติดดิน กินอยู่แบบพนักงานทั่วไป  พร้อมคลุกคลี ไม่มีช่องว่าง ไม่ทำตัวห่างจากทีมงาน เสริมบรรยากาศการทำงานร่วมกันเหมือนสังคมพี่น้อง ถือเป็นจุดตั้งต้นใหม่ที่เป็นรากฐานมั่นคงของการสร้างผลงานต่อไป

 

Trust

อีกปัจจัยที่เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำจะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ในยุคนี้ คือ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน

 

ลองนึกภาพการทำงานอย่างห่วงหน้าพะวงหลัง จะรุกไปข้างหน้าก็ไม่กล้าเสี่ยง เพราะหากเพลี่ยงพล้ำไป ไม่มีใครช่วยรับผิดชอบอยู่แล้ว หัวหน้ามักผลักดันให้เรากล้าคิดกล้าทำ แต่มีข้อแม้ว่าทำแล้วต้องประสบความสำเร็จ ถ้าพลาดมาอย่าเสนอหน้าให้เห็นเป็นอันขาด หากพลาด...ตายลูกเดียว

 

ลูกน้องเมื่อเริ่มไม่เชื่อใจลูกพี่ ไม่ต้องแปลกใจว่าเขาจะเลี่ยงความเสี่ยง เขาจะเกี่ยงงาน

 

ขณะเดียวกัน อาการพะวงหลัง คือเมื่อส่งงานต่อไปสู่คนอีกคน หรืออีกทีมเรียบร้อยแล้ว ยังต้องห่วงว่างานจะเดินต่อตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ จะไปไหนก็ไม่ค่อยกล้า เพราะขาดความมั่นใจในคำพูดของหัวหน้า หรือเหล่าเพื่อนร่วมงาน

 

ดังนั้น บทบาทสำคัญของหัวหน้า คือการทำตนเป็นต้นแบบ

 

ปกติหัวหน้าเป็นอย่างไร ลูกทีมก็เป็นอย่างนั้น

 

ที่สำคัญ หัวหน้าต้องรักษาคำมั่นสัญญาและกล้าที่จะเชื่อใจคนอื่น ก่อนที่เรียกร้องให้ใครๆ เชื่อใจเขา

 

Culture

เมื่อผู้นำย้ำการสร้างสังคมที่ต่างเชื่อมือ เชื่อถือ เชื่อใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เท่ากับเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กร หรือ Culture ที่พึงประสงค์

 

สภาพแวดล้อมนอกองค์กรจะร้อนรุ่มน่ากลุ้มใจขนาดไหน แต่เมื่อกลับสู่ที่ทำงานที่เหมือนสังคมน้องพี่ เป็น "บ้าน" ที่เย็นใจ ถึงเมื่อไรหายเหนื่อย เป็นที่เติมพลัง งานไม่ต้องสั่ง ก็อยากทำ อยากทุ่ม

 

วัฒนธรรมองค์กรต้องใช้เวลาในการสร้างสม แต่เมื่อทำได้ อาจารย์ Mintzberg รับรองว่าองค์กรไปโลด

 

กรุณาอย่าทำให้องค์กรร้อนฉ่า ไม่น่าอยู่ แทนที่จะเสริมพลัง กลับดูดพลังทีมงาน มาแล้วเหนื่อย อยู่แล้วท้อ งานคงทำอย่างขอไปที...

 

ท้ายสุดคนเหนื่อยคือลูกพี่ค่ะ

Email This Article Print This Article
* รายละเอียดเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความคิดเห็นคลิกที่นี่

เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบ
ล่วงหน้า

4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น
กับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์
ร่วมแสดงความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
Username
Password


Advertisement
web cast


Untitled Document
Gallery
10 เรื่องล่าสุด News Room
Designing Luxury
ง่าย.....เพราะไม่มีโผ
“Manager” หรือ “Leader” : Design Leadership
JAL: สอนอะไรใคร?
อนาคตส่งออกเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
บทบาทและท่าทีของอียูหลังจากการประชุม COP15
จากวิกฤติดูไบ จะเป็นใครรายต่อไป...
ถึงเวลาแปลงโฉมธุรกิจ ให้ใช้ Open Source: ภาคปฏิบัติ
เรื่องอื้อฉาวไทเกอร์ วูดส์ คนละเรื่องเดียวกันกับการกีฬา
มุมมองของสถาบันทรัพยากรมนุษย์ที่มีต่อฟาร์มโชคชัย