Bangkokbiznews.com

Top ad
Interactive Newsroom Bangkokbiznews
วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
15:49:37 น.
รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ปรับปรุง:28-07-2008 22:51:41
จำนวนเรื่อง :66
จำนวนผู้เข้าชม : 101
pasu@acc.chula.ac.th

หมวดหมู่
มองมุมใหม่
ค้นหาเรื่องใน News Room





  CEO BLOG
  เศรษฐกิจ - ธุรกิจ
  เกาะติดการเมือง
  คุยเฟื่องเรื่องหุ้น
  อสังหาริมทรัพย์
  ท่องเที่ยว
  ยานยนต์
  ไลฟ์ไสต์
  สุขภาพ
  เอสเอ็มอี
  ไอที-นวัตกรรม
  ิอื่น ๆ
ห้องข่าว :

วันที่ 03 กรกฏาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:55:57 น.
แสดงความคิดเห็น [0] , จำนวนผู้อ่าน [1]
"กาแฟ กับ การพูดนั้นดีต่อสุขภาพอย่างไร?"
By pasud

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาวของหลายๆ ท่าน ดังนั้นขอนำเสนอเรื่องเบาๆ บ้างนะครับ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของนักบริหารทั้งหลาย ที่ปัจจุบันกระแสความตื่นตัวในเรื่องนี้เริ่มเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ถึงขนาดที่วารสาร Harvard Business Review ยกหน้าในวารสารให้กับเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มมาประมาณสองสามเดือนแล้ว

 

เริ่มที่เรื่องแรกก่อนแล้วกันครับ นั้นคือเรื่องของการดื่มกาแฟ ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเสพกาแฟกันวันละหลายๆ แก้ว โดยเฉพาะท่านที่ต้องอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา แล้วก็จะมีกาแฟให้ดื่มกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ร้านกาแฟเก๋ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดทำให้หลายคนติดกาแฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมมีน้องคนหนึ่งเป็นคุณแม่ลูกอ่อน ยังให้นมลูกอยู่แท้ๆ เลยครับ ก็กลับมาดื่มกาแฟต่อหลังหยุดไปช่วงคลอด (มิน่าลูกถึงซน)

 

ในอดีตเรามักจะนึกหรือเข้าใจว่าการดื่มกาแฟเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นกึ่งๆ สารเสพติดชนิดหนึ่ง ทำให้นอนไม่หลับ เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะและอีกจิปาถะ ปรากฏว่าจากบทความของคุณหมอของ Harvard Medical School ลงใน HBR เมื่อไม่นานมานี้พบว่า จากผลการศึกษาที่ใช้เวลานานพบว่าการดื่มกาแฟนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุหรือกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง แถมยังป้องกันมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย อีกทั้งการดื่มกาแฟนั้นปลอดภัยต่อหัวใจของคนเรา ถึงขนาดที่ว่า American Heart Association อนุญาตให้ผู้ป่วยที่พักฟื้นจากหัวใจวายสามารถดื่มกาแฟได้วันละแก้ขณะพักรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยเฉพาะ อีกทั้งมีการศึกษาที่พบว่า การดื่มกาแฟนั้นช่วยลดความเสี่ยงสำหรับอาการหัวใจวาย รวมทั้งยังมีส่วนในการป้องกันเราได้เล็กน้อยจากโรคเบาหวานบางชนิด นิ่วในถุงน้ำดี และโรคพาร์กินสันอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังพบว่า กาแฟสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของเราด้วย มีการทดลองที่แสดงให้เห็นว่ากาแฟทำให้เรามีความรู้สึกที่สบาย เพิ่มพลังงาน ความกระตือรือร้น รวมทั้งทำให้เกิดแรงจูงใจเพิ่มขึ้น อีกทั้งการใช้ fMRI ในการตรวจสอบสมองเราพบว่า กาแฟจะเข้าไปช่วยกระตุ้นสมองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำระยะสั้น ทำให้เราสามารถมีสมาธิกับงานที่เราทำอยู่ได้ดีขึ้น

 

อ่านดูข้อมูลต่างๆ ข้างต้นสงสัยท่านที่ไม่ได้ดื่มกาแฟเป็นประจำ คงต้องรีบทำตัวเป็นคนเสพติดกาแฟเสียแล้ว ในขณะที่คนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำก็ตีปีกดีใจกันเป็นแถว แต่ก็ต้องระวังนะครับ เนื่องจากในกาแฟมีกาเฟอีนอยู่ไม่น้อย และสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชินกับกาเฟอีนแล้ว อาจจะส่งผลต่อระดับความดันโลหิตและการสูญเสียน้ำได้ และที่สำคัญครับ (สำคัญจริงๆ) ก็คือ ถ้ากาแฟดำจริงๆ แล้ว มีแคลอรีน้อยมาก แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีก แต่ที่ร้ายคือ ส่วนที่เราผสมหรือเติมไปในกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล ครีม วิปครีมต่างๆ นั่นแหละครับคือตัวอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

 

แต่ถ้าท่านอ้วนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งใดก็ตามนะครับ ทางหมอจาก Harvard Medical School เขาก็มีข้อแนะนำอีกครับว่า นอกเหนือจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การกินให้น้อยลง การเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นแล้ว ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ต้องพูดให้มากขึ้น

 

ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งงงนะครับว่า การพูดให้มากขึ้นนั้นจะช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร (บางท่านอ่านถึงตรงนี้อาจจะดีใจแล้วนะครับ คือดื่มกาแฟก็ดี อีกทั้งพูดมากยังช่วยทำให้ผอมอีก) แต่การพูดในที่นี้ไม่ใช่การพูดเล่น จับกลุ่ม นินทา นะครับ แต่เป็นการพูดคุยกับเพื่อนเรื่องของการลดความอ้วนอย่างสม่ำเสมอ มีงานวิจัยจากนิวซีแลนด์ที่ตีพิมพ์ลงใน Canadian Medical Association Journal ว่า สุภาพสตรีที่มีน้ำหนักเกินที่มีการพบปะพูดคุยในลักษณะฉันเพื่อนกับพยาบาลหรือเพื่อนอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาสั้นๆ จะสามารถทำให้ลดน้ำหนักลงได้ในระยะเวลาสองปีเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่เสียเงินแพงๆ ในการเข้าคอร์สลดน้ำหนักต่างๆ และการพูดคุยนั้นไม่ใช่พูดคุยทางอีเมลหรือทาง Facebook นะครับ แต่ต้องเป็นการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวครับ

 

ในส่วนตัวผมมองว่า การได้พูดคุยฉันเพื่อนไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อน หมอ พยาบาล อย่างสม่ำเสมอในเรื่องของการลดน้ำหนักนั้น น่าจะเป็นผลในเชิงจิตวิทยาเสียมากกว่านะครับ เพราะถ้าเราต้องพูดคุยในเรื่องเดียวกันอย่างต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอนั้น อาจจะทำให้เราต้องคอยพัฒนาหรือปรับปรุง เพื่อให้การไปพบเจอในครั้งต่อไปมีพัฒนาการหรือความก้าวหน้า

 

ท่านผู้อ่านก็ลองดูนะครับว่า การดื่มกาแฟนั้นจะดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่? ในขณะเดียวกันการพูดคุยกับเพื่อนในเรื่องของการคุมน้ำหนักนั้นจะช่วยทำให้ท่านลดความอ้วนได้จริงหรือไม่?

Email This Article Print This Article
* รายละเอียดเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความคิดเห็นคลิกที่นี่

เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบ
ล่วงหน้า

4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น
กับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์
ร่วมแสดงความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
Username
Password


Advertisement
web cast


Untitled Document
Gallery
10 เรื่องล่าสุด News Room
Designing Luxury
ง่าย.....เพราะไม่มีโผ
“Manager” หรือ “Leader” : Design Leadership
JAL: สอนอะไรใคร?
อนาคตส่งออกเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
บทบาทและท่าทีของอียูหลังจากการประชุม COP15
จากวิกฤติดูไบ จะเป็นใครรายต่อไป...
ถึงเวลาแปลงโฉมธุรกิจ ให้ใช้ Open Source: ภาคปฏิบัติ
เรื่องอื้อฉาวไทเกอร์ วูดส์ คนละเรื่องเดียวกันกับการกีฬา
มุมมองของสถาบันทรัพยากรมนุษย์ที่มีต่อฟาร์มโชคชัย