Bangkokbiznews.com

Top ad
Interactive Newsroom Bangkokbiznews
วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
15:49:16 น.

USER NAME
PASSWORD

หมวดหมู่
ค้นหาเรื่องใน News Room





  CEO BLOG
  เศรษฐกิจ - ธุรกิจ
  เกาะติดการเมือง
  คุยเฟื่องเรื่องหุ้น
  อสังหาริมทรัพย์
  ท่องเที่ยว
  ยานยนต์
  ไลฟ์ไสต์
  สุขภาพ
  เอสเอ็มอี
  ไอที-นวัตกรรม
  ิอื่น ๆ
ห้องข่าว :

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:10:02 น.
แสดงความคิดเห็น [10] , จำนวนผู้อ่าน [68]
"บทเรียนจากการทำธุรกิจไปรษณีย์ไทย"
By kobkarn

หลายคนคิดว่าธุรกิจที่เกิดขึ้นมานาน การทำงานในระบบราชการ การค้าขายสินค้าที่มีความต้องการน้อยลง จะต้องเป็นธุรกิจที่พัฒนาต่อไปไม่ได้ เพราะจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ยาก น่าจะเป็นธุรกิจที่ต้องล้มหายตายจากไป

 

ธุรกิจไปรษณีย์ไทยดูจะเข้าข่ายเรื่องพวกนี้ น่าจะเป็นธุรกิจขาลง Sunset Industry เพราะเกิดขึ้นมา 120 ปีแล้ว ดำเนินธุรกิจโดยหน่วยงานราชการ ความต้องการส่งจดหมายโดยไปรษณีย์ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัย ทั้งการส่ง E-Mail การ Chat online การใช้โทรศัพท์มือถือ การส่ง SMS การส่ง MSN การ Skype ฯลฯ มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

แล้วทำไมในวันนี้ธุรกิจไปรษณีย์ไทยยังสามารถอยู่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่อยู่รอด แต่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แม้ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปีนี้   สามารถสร้างการตลาดยุคใหม่ของธุรกิจไปรษณีย์ไทย  ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ สร้างความหวังใหม่ว่า การทำงานของหน่วยงานราชการก็สามารถสร้างผลงานที่สร้างสรรค์ สร้างจุดขายที่แตกต่าง ด้วยคนที่เป็นกลุ่มเดิมแต่กล้าเปลี่ยนแปลงได้

 

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอนเช้าเวลาดิฉันนั่งรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน จะได้ยินโฆษณาการให้บริการใหม่ๆ ของไปรษณีย์ไทยเสมอ ด้วยความทึ่งและประทับใจ ดิฉันไม่ได้รู้จักผู้บริหารท่านใดของไปรษณีย์ไทย ไม่รู้จักองค์กรอย่างใกล้ชิด แต่ในมุมมองของผู้บริโภค และคนทำธุรกิจที่ได้สัมผัสจากสื่อโฆษณา การทำงานในที่ต่างๆ การได้พบกับหน่วยทำงานของไปรษณีย์ไทยเวลาไปทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน ทำให้ดิฉันประทับใจในทีมงานและได้ติดตามผลงานมาตลอดด้วยความชื่นชม และนำสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยทำหลายเรื่องมาเป็นข้อคิดเวลาดิฉันพูด Morning Speech ให้พนักงานฟังอยู่หลายครั้ง

 

ผลงานที่ประสบความสำเร็จของไปรษณีย์ไทยที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นบทเรียน และข้อคิดที่เป็นประโยชน์กับคนทำธุรกิจทั่วไป  และคนทำงานราชการ   จากการทำงานของไปรษณีย์ไทยได้ มีดังนี้

 

1.การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเก่าแก่ “แสตมป์” เป็นสินค้าที่อยู่มานานมากแต่ไม่เคยตาย ถ้ารู้จักสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ โดยสร้างความต้องการใหม่ สร้างผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ทำให้ขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ในปัจจุบันคนเขียนจดหมายน้อยลงมาก จดหมายของหน่วยงานจะใช้การประทับตราแทนแสตมป์ แต่แสตมป์ก็ยังอยู่และมีการสร้างคุณค่า เปลี่ยนจากการเป็นเพียงแสตมป์มาติดจดหมาย กลายเป็นแสตมป์มาเก็บสะสม เพราะการออกแบบสวยงาม สร้างสรรค์ มีความหมาย ตามวาระสำคัญของหน่วยงาน บริษัทต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปเพื่อจับตลาดทุกเพศทุกวัย หน่วยงานที่ทำแสตมป์ของไปรษณีย์ไทย สามารถปรับการทำงานให้คล่องตัว และเข้าใจในการหาตลาดใหม่ ทั้งกับหน่วยงานราชการด้วยกันและภาคเอกชนได้อย่างดี  เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงพัฒนา  ทั้งตัวสินค้าและคนทำงานจนประสบความสำเร็จ

 

2.การสร้างสินค้าใหม่บนเครือข่ายเดิม โครงการ “อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์” เป็นการเอาจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยมาขาย คือเครือข่าย Logistic ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด มาเป็นจุดได้เปรียบในการทำธุรกิจ ให้คนสั่งซื้อสินค้าของกินของฝากที่มีชื่อเสียงจากที่ไกลมาส่งถึงประตูบ้าน ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ได้ของสด ไม่มีคู่แข่งไหนที่จะมาลงทุนสร้างเครือข่ายที่มีอยู่แล้วเช่นนี้ได้ง่ายๆ เป็นตัวอย่างการทำการตลาดที่ดีที่แม้กระทั่งในวิกฤตเศรษฐกิจยังสามารถสร้างการเติบโต  โดยสร้างความต้องการใหม่ให้ผู้บริโภคด้วยการให้ความสะดวก  คนไทยชอบของกินของฝาก ถ้ามีความพึงพอใจเพื่อความสุขส่วนตัวก็จะยอมลงทุน

 

3.การเข้าถึงตลาด สร้างโอกาส สร้างภาพพจน์ การที่ไปรษณีย์ไทยเข้าไปรับส่งหนังสือในงาน  Book  Fair  ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โดยถ้าผู้บริโภคนำหนังสือมาถึงบูธไปรษณีย์ไทยภายในบ่าย 2 โมง  ของจะจัดส่งถึงบ้านภายในวันรุ่งขึ้น การให้บริการความสะดวกถึงที่นี่ แสดงให้เห็นถึงการใช้โอกาสที่ Book  Fair  สามารถเรียกคนมาซื้อของมากมายเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และตอบปัญหาผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่กล้าซื้อหนังสือจำนวนมาก เพราะขนกลับลำบาก

 

เมื่อไปรษณีย์ไทยไปตั้งบูธและออกโฆษณาทางวิทยุทุกเช้า ทำให้ผู้บริโภคกล้าซื้อหนังสือมากขึ้น  ผู้ซื้อเมื่อซื้อของมาแล้วก็ไม่ลังเลที่จะใช้บริการไปรษณีย์ไทยที่มีให้บริการถึงจุดที่ขาย นอกจากน่าจะสร้างการขายที่ดี  win win situation ให้ทั้งเจ้าของงานและไปรษณีย์ไทยแล้ว  ยังสร้างความประทับใจกับผู้บริโภค เป็นภาพพจน์ที่ดี ทำให้คนอีกหลายส่วนยังไม่ลืมไปรษณีย์ไทย เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ เป็นการโฆษณาและสร้างภาพพจน์ที่ดีของจุดแข็งของไปรษณีย์ไทย ทั้งการให้บริการเป็นเลิศ  ความทันสมัยทันต่อเหตุการณ์

 

4.การขยายบริการเพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ การทำ “Pay  At  Post”  จ่ายค่าบริการต่างๆ ที่ไปรษณีย์ไทย  365  วัน ในหลายๆ จุดทั่วประเทศ  มีการเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้า มีขยายเวลาทำงานถึง 18.00 - 19.00 น. เพื่อสร้างความสะดวกให้ผู้บริโภคที่ต้องไปทำงานสามารถมาทำธุรกรรมได้ในตอนเย็นหลังเลิกงานหรือในวันหยุด เป็นการขยายธุรกิจเข้ามาประชิด เซเว่นอีเลฟเว่นและธนาคารต่างๆ  ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนทั้งหมด ถือว่าเป็นตัวอย่างการสร้างสินค้าการให้บริการใหม่ที่ประสบความสำเร็จในสายตาดิฉัน เพราะไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายเดิมอยู่แล้วมาลงทุนที่ใหม่อยู่บ้าง แต่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนวันเวลาวิธีการทำงานให้แข่งขันได้กับตลาด สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้คนสามารถใช้บริการในส่วนอื่นๆ ของไปรษณีย์ไทยได้มากขึ้น เพิ่มการขายและสร้างการเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้

 

ทั้ง 4 ตัวอย่างที่ยกมาเป็นข้อคิดในครั้งนี้ ดิฉันหวังว่าจะช่วยจุดประกายให้คนทำธุรกิจ คนทำราชการ คนที่ยังลังเลว่าจะทำธุรกิจโบราณต่อจากรุ่นปู่รุ่นพ่อนั้น ธุรกิจจะขาขึ้นหรือขาลง ขึ้นอยู่กับตัวเราจะบริหารมันอย่างไร ถ้าการทำงานทุกธุรกิจมีโอกาสเปลี่ยนโฉมหน้า สร้างโอกาสในการทำงาน ถ้าเรากล้าคิดกล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าพัฒนา

 

ถ้าไปรษณีย์ไทยซึ่งอยู่มานานมาก เป็นหน่วยงานราชการยังทำได้ดีเช่นนี้ ทำไมคนอื่นๆ เช่นเราจะทำไม่ได้ วันนี้ถ้ามีการให้ Rating หน่วย

 

งานราชการที่ทันสมัยดิฉันมั่นใจว่า ไปรษณีย์ไทยน่าจะติดอันดับ Top 5, Top 10 ด้วยอย่างแน่นอน

Email This Article Print This Article
* รายละเอียดเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความคิดเห็นคลิกที่นี่

วันที่ 25 ธ้นวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:11:34 น.
ความคิดเห็นที่ 10
สู้เขานะไปรษณีย์ไทย








IP : 61.19.66.103
E-mail : noppachai3@gmail
วันที่ 25 ธ้นวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 23:09:02 น.
ความคิดเห็นที่ 9
เห็นด้วยกับข้อเขียนนี้
ไปรษณีมีบริการใหม่ ๆ มากมาย
เช่น ชำระค่าน้ำ ค่าโทรศัพ ค่าไฟฟ้า
ค่างวดรถ แม่แต่ให้เช่าพระ จนจะกลายเป็นวัดอยู่แล้ว ไปรษณีย์ไม่เคยอยู่นิ่งคิดกลยุทธต่าง ๆ มากมาย เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอด








IP : 61.19.66.103
E-mail : noppachai3@gmail
วันที่ 20 ธ้นวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:28:27 น.
ความคิดเห็นที่ 8
อีกอย่างที่อยากถาม ทำไม่ต้องมีไปรษณีย์เอกชน กับไรษณีย์ไทย ต่างกันอย่าง เรื่องเงินลงทุน และผลกำไรที่ได้ (อยากทราบรายรับ-ส่วนแบ่งที่ต้องจ่ายจริง ยังเห็นว่ามีข้อปิดบังตรงนี้อยู่)








IP : 58.8.220.115
E-mail : pitipong_PMK@hotmail.com
วันที่ 20 ธ้นวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:23:40 น.
ความคิดเห็นที่ 7
อยากทราบรายละเอียดทั้งหมด แบบเบ็ดเสร็จ ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร ขั้นตอนการดำเนินการใชเวลามาน้อยเท่าไร จึงจะเริ่มดำเนินงานได้








IP : 58.8.220.115
E-mail : pitipong_PMK@hotmail.com
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 11:47:52 น.
ความคิดเห็นที่ 6
ผมเห็นด้วยและน่าสนับสนุนกิจการของไปรษณีย์ไทยกันมากมากนะครับ








IP : 125.26.20.172
E-mail : kaiheng@windowslive.com
วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 14:02:55 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ดีคะ
น่าสนับสนุน
เห็นด้วย
http://www.thainature.th.com/








IP : 58.64.99.182
E-mail : veeyaza@hotmail.com
วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18:23:48 น.
ความคิดเห็นที่ 4
ผมคิดว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย มีบุคคลากรมาก และมีความครอบคุมในพื้นที่การให้บริการมากกว่า บริษัท Logistic อื่น ๆ บริษัทควรมีการให้กับบริการลูกค้าด้วยบริการที่ยืดหยุ่น จริงอยู่ครับที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับคนทุกเพศทุกวัยในสมัยนี้ บริษัทก็ควรคิดกลยุทธทางการตลาดมากยิ่งขึ้น โดยการเข้าไปหาลูกค้าในองค์กรธุรกิจ ทั้งนี้แล้วผมคิดว่าก็ขึ้นอยู่กับพนักงานและบุคคลากรของบริษัทเอง ผมรู้จักไปรษณีย์มาตั้งแต่เด็ก ๆ และผมก็อยากเห็นไปรษณีย์อยู่คู่กับประเทศไทยและให้บริการคนไทย ตลอดไป อย่าให้ Logistic ต่างประเทศดึงผู้ใช้บริการไปหมดหล่ะ ^^ ถ้าไม่สุภาพขอโทษตรงนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณ








IP : 124.121.230.172
E-mail : seekid-__@hotmail.com
วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 21:17:10 น.
ความคิดเห็นที่ 3
เห็นด้วยนะคะ เรื่องการมีบริการใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งที่ไปรษณีย์ไทยควรให้ความสำคัญคือเรื่อง customer service และการให้บริการของพนักงาน เจอเองกับตัว เรื่องส่งของแล้วของหาย ติดตามสอบถามไม่ได้ โทรไป call center ได้ความว่าครั้งต่อไปแนะนำให้ลงทะเบียน.. ปัญหาอยู่ที่ ติดตามของที่ส่งไปแล้วหน่ะค่ะ กลายเป็นว่า วัวหายแล้วล้อมคอกซะงั้น








IP : 67.220.27.21
E-mail :
วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:56:52 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ครับผมก็เห็นด้วยครับกับหน่วยงานนี้..อยากให้หน่วยงานอื่นๆ ทำให้ได้แบบนี้รับรองประเทศเราเจริญ..ผมเองทำงานด้านระบบสือสารโทรศัพท์PABXต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆมากมายได้รู้ได้เห็นถึงขบวนทำงานและการบรการมามาก..เราจึงมาปรับใช้ในองค์กรของเราเสมอครับ
WWW.CKMIT.COM








IP : 124.120.26.43
E-mail : chatchai@ckmit.com
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:50:49 น.
ความคิดเห็นที่ 1
เห็นด้วยกับข้อเขียนนี้ครับ








IP : 125.24.18.187
E-mail : satawas100@hotmail.com
เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบ
ล่วงหน้า

4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น
กับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์
ร่วมแสดงความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
Username
Password


Advertisement
web cast


Untitled Document
Gallery
10 เรื่องล่าสุด News Room
Designing Luxury
ง่าย.....เพราะไม่มีโผ
“Manager” หรือ “Leader” : Design Leadership
JAL: สอนอะไรใคร?
อนาคตส่งออกเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
บทบาทและท่าทีของอียูหลังจากการประชุม COP15
จากวิกฤติดูไบ จะเป็นใครรายต่อไป...
ถึงเวลาแปลงโฉมธุรกิจ ให้ใช้ Open Source: ภาคปฏิบัติ
เรื่องอื้อฉาวไทเกอร์ วูดส์ คนละเรื่องเดียวกันกับการกีฬา
มุมมองของสถาบันทรัพยากรมนุษย์ที่มีต่อฟาร์มโชคชัย